ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ
ปรับขนาดตัวอักษร
โหมดการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ
ภาษา
ข่าวจาก facebook

ประชาสัมพันธ์เผยแพร่องค์ความรู้ ชุดไทยพระราชนิยม ๘ แบบ

18 ธันวาคม 2568
ภาพกิจกรรมจาก Facebook
✨ สืบสานชุดไทยจากสายพระเนตรอันกว้างไกล ด้วยชุดไทยพระราชนิยม ✨ ชุดไทยพระราชนิยม ๘ แบบ คือ ชุดไทย ที่ตั้งชื่อตามพระตำหนักและพระที่นั่ง มีที่มาจากการที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จประพาสยุโรปและอเมริกา เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับ ๑๕ ประเทศ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ✨ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชดำริว่า สตรีไทยในขณะนั้นไม่มีเครื่องแต่งกายที่เป็นแบบแผนหรือชุดประจำชาติเหมือนสตรีชาติอื่นๆ พระองค์จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้ผู้เชี่ยวชาญค้นคว้าประวัติศาสตร์การแต่งกายแบบไทย เพื่อทรงให้ออกแบบฉลองพระองค์ ชุดไทยแบบต่าง ๆ ต่อมา พระองค์ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดพิมพ์สมุดภาพหญิงไทย เผยแพร่การแต่งกายชุดไทยพระราชนิยม ทำให้สตรีไทยทั่วไปนำไปใช้เป็นแบบมาตรฐาน ซึ่งมีการประยุกต์เป็นชุดไทยอีกหลายแบบ ปรากฏเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย และถือเป็นชุดประจำชาติไทยสืบมาจนถึงปัจจุบัน ชุดไทยพระราชนิยม ๘ แบบ 💠 ชุดไทยเรือนต้น : ชุดไทยลำลอง แขนกระบอกสามส่วน 🔸 ตั้งตามชื่อ พระตำหนักเรือนต้น ในพระราชวังดุสิต 🔸 เป็นชุดไทยแบบลำลอง ใช้ในโอกาสไม่เป็นทางการ ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม แขนสามส่วน ปลายแขนผ่าเล็กน้อย หรือไม่ผ่าก็ได้ ติดกระดุมหน้าห้าเม็ด สามารถใช้ได้ทั้งกระดุมปั๊ม กระดุมโลหะ หรือกระดุมมุก 🔸 เสื้อเป็นคอกลมชิดคอ ใช้ผ้าสีตามริ้วหรือเชิง จะเป็นสีเดียวกับผ้านุ่งหรือสีตัดกันก็ได้ 🔸 ลักษณะเป็นผ้านุ่ง ป้ายยาวจรดข้อเท้า ไม่ผ่าหลังหรือผ่าข้าง ใช้ผ้าลายตามขวาง หรือตามยาวก็ได้ 🔸 ใช้เครื่องประดับน้อยชิ้น เช่น ต่างหู สร้อยลูกไม้หรือสร้อยมุก 💠 ชุดไทยจิตรลดา : ชุดแขนกระบอก พิธีการกลางวัน 🔸 ตั้งตามชื่อพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นชุดที่ใช้ในเวลากลางวัน 🔸 ลักษณะทั่วไปคล้ายกับชุดไทยเรือนต้น ต่างกันตรงคอเสื้อที่มีขอบตั้ง ประมาณ ๒.๕ ซม. ท่อนบนใช้ผ้าไหมยกดอกหรือผ้าไหมพื้นแขนยาวจรดข้อมือ 🔸 ท่อนล่างใช้ผ้าไหมยกดอกหรือผ้าไหมมัดหมี่ เป็นผ้านุ่งป้าย ชายผ้านุ่งกรอมเท้า ไม่ผ่าหลังหรือผ่าข้าง 🔸 ใช้เครื่องประดับตามควร เช่น สร้อยลูกไม้หรือสร้อยสั้นชิดคอ 💠 ชุดไทยอมรินทร์ : ชุดแขนกระบอก ผ้านุ่งไหมยกทอง 🔸 ตั้งตามชื่อพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีและงานพิธีกลางคืน 🔸 มีลักษณะเหมือนชุดไทยจิตรลดา คือเป็นเสื้อแขนกระบอก คอตั้งประมาณ ๒.๕ ซม. กระดุม ๕ เม็ด ใช้กระดุมปั๊ม หรือกระดุมโลหะ ตัดเย็บด้วยผ้าไหมพื้น 🔸 ผ้านุ่งจะตัดเย็บด้วยผ้าไหมยกทอง ชายผ้านุ่งกรอมข้อเท้า ไม่ผ่าหลังหรือผ่าข้าง 🔸 ความสวยงามของชุดไทยอมรินทร์จะอยู่ที่เนื้อผ้าและเครื่องประดับ นิยมใส่เครื่องประดับอย่างลูกไม้หรือทับทรวง 💠 ชุดไทยบรมพิมาน : ชุดแขนกระบอก สวยสง่าด้วยผ้านุ่งจีบและชายพก 🔸 ตั้งชื่อตามพระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีและงานพิธีกลางคืน 🔸 ท่อนบนเป็นเสื้อแขนยาว คอตั้งประมาณ ๒.๕ ซม. ปลายแขนยาวกรอมข้อมือ ใช้ได้ทั้งกระดุมปั๊ม ติดซิปซ่อนหรือติดตะขอ 🔸 ตัวเสื้อและผ้านุ่งติดกันเป็นชุดเดียว ใช้ซิปซ่อนกลางหลัง ยาวตั้งแต่ต้นคอจนถึงสะโพกล่าง ตัดเย็บด้วยผ้าไหมที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัวก็ได้ 🔸 จีบหน้า กว้างประมาณ ๗-๘ ซม. พับ ๔-๕ พับ ชายพก กว้างประมาณ ๗ ซม. ยาว ๑๗ ซม. ใช้เข็มขัดคาด ใส่คู่กับเครื่องประดับอื่น เช่น สร้อยลูกไม้หรือทับทรวงหรือสังวาลย์ 💠 ชุดไทยจักรี : ชุดไทยสไบเฉียง เปิดบ่า 🔸 ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีกลางคืน 🔸 ท่อนบนเปิดไหล่หนึ่งด้าน เป็นสไบปักหรือไม่ปักก็ได้ โดยสามารถทำเป็นสไบจับจีบเดรปทิ้งชาย ความยาวสไบให้เสมอชายผ้านุ่งหรือเสมอพื้น 🔸 ตัดเย็บติดกับท่อนล่าง ซึ่งเป็นผ้านุ่งจีบ ตัดเย็บจากผ้าไหมยกทอง 🔸 จีบหน้ากว้าง ประมาณ ๗.๕ ซม. ชายพกยาวประมาณ ๑๗ ซม. 🔸 จับคู่กับเครื่องประดับ เช่น ทับทรวงหรือสร้อยสั้นติดคอ และคาดเข็มขัด 💠 ชุดไทยดุสิต : ชุดไทยคอกว้าง แขนกุดปักลาย 🔸 ตั้งชื่อตามพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีเต็มยศกลางคืน 🔸 ตัดเย็บด้วยผ้ายกไหมหรือยกทอง ผ้านุ่งจีบ เสื้อคอกว้าง ไม่มีแขน ปักด้วยดิ้นเงินดิ้นทองหรือลูกปัด 🔸 ชายผ้านุ่งกรอมข้อเท้า ไม่ผ่าหลังหรือผ่าหน้า 🔸 จีบหน้ากว้าง ประมาณ ๗.๕ ซม. ชายพกยาวประมาณ ๑๗ ซม. 🔸 จับคู่กับเครื่องประดับสร้อยสั้นชิดคอและคาดเข็มขัด 💠 ชุดไทยศิวาลัย : ชุดไทยแขนกระบอก ที่โดดเด่นด้วยสะพัก 🔸 ตั้งตามชื่อพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีทั้งเวลากลางวันและกลางคืน 🔸 เป็นชุดแบบเดียวกับชุดไทยบรมพิมาน แต่ห่มสะพักทับอีกชั้น มีทั้งแบบสะพักห่มแยกและสะพักเย็บติดกับชุด สามารถตัดเย็บได้ทั้งแบบปักประดับและไม่ปักประดับ 🔸 ความกว้างสะพัก ด้านหน้าประมาณ ๑๔ - ๑๖ ซม. ความกว้างปลายสะพัก ประมาณ ๒๕ - ๒๗ ซม. 💠 ชุดไทยจักรพรรดิ : ชุดไทยสไบจีบ ทับด้วยผ้าทรงสะพัก 🔸 ตั้งตามชื่อพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีเต็มยศกลางคืน 🔸 ท่อนบนห่มผ้าสองชั้น ชั้นในมักเป็นสไบจีบและห่มสะพักทับ 🔸 ผ้านุ่งยกทอง จีบหน้าแบบเดียวกับชุดไทยจักรี ชายผ้านุ่งกรอมข้อเท้า ไม่ผ่าหลังหรือผ่าหน้า 🔸 คาดเข็มขัดและใส่เครื่องประดับเข้าชุดกัน เช่น ทับทรวงหรือสังวาลย์ ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
ข่าวจาก facebook อื่นๆ